top of page

ทำไมสายเฮลตี้ถึงเลี่ยงอาหารฟรีซ? อาหารฟรีซไม่ดียังไง


ทำไมสายเฮลตี้ถึงแอนตี้ “อาหารฟรีซ”?

ถ้าคุณเป็นคนรักสุขภาพ คงเคยได้ยินคำว่า “อย่ากินของฟรีซ ของไม่สด ไม่ดีต่อร่างกาย”แต่ในความจริงแล้ว “อาหารฟรีซ” ไม่ได้แย่เสมอไป สิ่งสำคัญคือ เข้าใจให้ถูกว่าอะไรคือของฟรีซที่ดีต่อสุขภาพ และอะไรที่ควรหลีกเลี่ยง

บทความนี้จะพาคุณมาดูเหตุผลทั้งหมดว่า ทำไมสายเฮลตี้บางคนถึงระวังอาหารแช่แข็ง รวมถึงความเข้าใจผิดยอดฮิตที่หลายคนอาจยังไม่รู้


อาหารฟรีซคืออะไร?

อาหารฟรีซไม่ดี

อาหารฟรีซ หรืออาหารแช่แข็ง (Frozen Food) คืออาหารที่ถูกแช่แข็งด้วยอุณหภูมิต่ำมาก เพื่อยืดอายุและคงสภาพไว้ให้นานขึ้นกระบวนการนี้อาจทำได้ทั้งแบบ Freezing ธรรมดา หรือ Quick Freeze (แช่แข็งเร็ว) ซึ่งแบบหลังมักช่วยรักษาคุณค่าทางอาหารได้ดีกว่า


ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา หรือญี่ปุ่น อาหารฟรีซถือเป็นทางเลือกปกติของคนดูแลสุขภาพ เพราะสามารถควบคุมปริมาณสารอาหารได้แม่นยำและปลอดภัย



แล้วทำไมคนสายเฮลตี้ถึง “แอนตี้” อาหารฟรีซ?

แม้อาหารแช่แข็งจะดูสะดวก แต่เหตุผลที่หลายคนในสายเฮลตี้เลือก “ไม่แตะ” ก็มีอยู่จริง และนี่คือ 5 เหตุผลหลัก


1. กลัวสารอาหารหาย

หลายคนเชื่อว่าอาหารฟรีซทำให้วิตามินหาย โดยเฉพาะวิตามิน C และ B ที่ไวต่อความร้อนและออกซิเจนซึ่งความจริงคือ... บางส่วนอาจหายจริง แต่ถ้าใช้เทคโนโลยี Quick Freeze ที่แช่แข็งในเวลาไม่กี่นาที สารอาหารจะคงอยู่ได้กว่า 90% จากอาหารสด


2. กลัวสารกันเสียและโซเดียมสูง

อาหารฟรีซหลายชนิดในท้องตลาดโดยเฉพาะแบบ “พร้อมทาน” มักเติมเกลือและสารกันเสีย เพื่อให้รสชาติคงเดิมจุดนี้แหละที่สายเฮลตี้ไม่ชอบ เพราะโซเดียมสูงเกินไปจะทำให้บวมน้ำ ความดันสูง และขัดกับเป้าหมายของคนที่คุมอาหาร


3. ภาพจำว่า “ไม่สด” = “ไม่ดี”

อาหารฟรีซมักถูกมองว่า “ไม่มีชีวิต” หรือ “ผ่านการแปรรูป” ซึ่งจริงแค่บางกรณีแต่ถ้าเป็นเนื้อสัตว์หรือผักที่ฟรีซตั้งแต่ตอนสดใหม่จริง ๆ ก็ยังคงความสดไว้ได้ใกล้เคียงของจริงเลยทีเดียว


4. กลัวสารเคมีตกค้างจากบรรจุภัณฑ์

บางคนกังวลเรื่องกล่องพลาสติกที่ไม่ทนความเย็นจัด อาจปล่อยสาร BPA หรือไมโครพลาสติกออกมาแม้ความเสี่ยงจะต่ำ แต่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่สายเฮลตี้หลีกเลี่ยง


5. เชื่อว่าทำอาหารเองปลอดภัยกว่า

สำหรับคนรักสุขภาพ “การทำอาหารเอง” หมายถึงการควบคุมทุกอย่างได้เอง ทั้งวัตถุดิบ เครื่องปรุง และน้ำมันในมุมมองจิตใจ มันคือ “ความมั่นใจ” มากกว่าแค่เรื่องสารอาหาร



ความจริงอีกด้าน อาหารฟรีซไม่ได้แย่เสมอไป


มีหลายงานวิจัยยืนยันว่า “อาหารแช่แข็งคุณภาพดี” สามารถคงสารอาหารได้ใกล้เคียงของสดเช่น งานวิจัยจาก USDA ระบุว่า การแช่แข็งผักผลไม้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18°C ภายใน 2–3 ชั่วโมงหลังเก็บเกี่ยวช่วยคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้กว่า 85–90%

หรือในบางกรณี ผักฟรีซยังมีวิตามิน C สูงกว่าผักสดที่เก็บไว้นานในตู้เย็นด้วยซ้ำ


สายเฮลตี้ยุคใหม่เลือกยังไงให้ “ฟรีซแบบดีต่อสุขภาพ”

ถ้าอยากได้ความสะดวกแต่ไม่อยากเสียสุขภาพ ลองใช้หลัก 4 ข้อนี้ในการเลือกอาหารฟรีซ

  1. อ่านฉลากทุกครั้ง – ดูปริมาณโซเดียม น้ำตาล และไขมัน

  2. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมเยอะเกินไป – ยิ่ง ingredient list สั้นยิ่งดี

  3. เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุ “ไม่ใส่สารกันเสีย” หรือ “Low Sodium”

  4. เลือกแบรนด์ที่โปร่งใสเรื่องวัตถุดิบและกระบวนการผลิต


ทำไมสายเฮลตี้ถึงแอนตี้ “อาหารฟรีซ”?

แล้วอาหารฟรีซดีไหมสำหรับคนดูแลสุขภาพ?

คำตอบคือ “ดีได้ ถ้าเลือกให้ถูก”อาหารฟรีซไม่ได้ทำให้สุขภาพพัง แต่ปัญหาคือ “อาหารฟรีซราคาถูกที่ผลิตแบบขาดคุณภาพ” ต่างหากที่ควรเลี่ยง

สำหรับคนที่ดูแลสุขภาพ

  • อาหารฟรีซที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่

  • ผ่านการแช่แข็งแบบรวดเร็ว

  • ไม่มีสารปรุงแต่งเกินจำเป็น

ถือเป็นทางเลือกที่ดีและสะดวก โดยเฉพาะในวันที่ไม่มีเวลาเข้าครัว



สรุป สายเฮลตี้ไม่ต้องกลัวอาหารฟรีซ ถ้าเข้าใจวิธีเลือก

อาหารฟรีซไม่ใช่ผู้ร้ายของสุขภาพอีกต่อไปสิ่งสำคัญคือ “การเลือกอย่างมีสติ” ไม่ใช่ “หลีกเลี่ยงเพราะกลัว”

Comments


Meal by Meal logo
bottom of page